ประวัติ พล.ม.2 รอ.ฯ

ทหารม้าของไทยมีเกียรติประวัติการรบอย่างห้าวหาญมายาวนานตั้งแต่ในอดีต ได้มีวิวัฒนาการในการพัฒนาและปรับปรุงรูปแบบหน่วยทหารม้ามาโดยลำดับ  จนกระทั่งเมื่อพุทธศักราช ๒๔๑๗ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงเล็งเห็นความสำคัญของทหารม้า และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดตั้งกองทหารม้าขึ้น ในกรมทหารมหาดเล็ก โดยมีหน้าที่แห่นำตามเสด็จรถพระที่นั่งในงานพระราชพิธีต่างๆนอกเหนือจากการปฏิบัติหน้าที่รักษาการณ์ อีกทั้งเพื่อใช้เป็นม้าด่วนสำหรับเชิญพระราชหัตถเลขาเป็นการด่วน หรือเป็นยามคอยเหตุ  ครั้งเมื่อพุทธศักราช ๒๔๕๐ นโยบายการทหารด้านการควบคุมบังคับบัญชา และกำลังพลเปลี่ยนไป ได้มีการรวมหน่วยบังคับบัญชาให้อยู่ในพื้นที่เดียวกันและมีการรับผิดชอบเป็นพื้นที่ จึงมีพระบรมราชานุญาตโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดหน่วยและขนานนามใหม่ว่า กรมทหารม้าที่ ๑ รักษาพระองค์  และเมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน รัตนโกสินทร์ศก ๑๓๑ ตรงกับพุทธศักราช ๒๔๕๔พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเป็นนายพันเอกพิเศษในกรมทหารม้าที่๑ รักษาพระองค์  

ในปีพุทธศักราช ๒๔๘๔ กองทัพบกได้จัดตั้งกองพลทหารม้าขึ้น เพื่อรองรับสงคราม
มหาเอเชียบูรพา ต่อมาพุทธศักราช ๒๔๘๕ กองพลทหารม้า ได้จัดกำลังเข้าร่วมในกองทัพพายัพ
เพื่อร่วมรบในสงครามมหาเอเชียบูรพาเข้ายึดดินแดนแคว้นเชียงตุง และในพุทธศักราช ๒๕๑๕
กองพลทหารม้า ได้จัดกำลังเข้าปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ในพื้นที่ส่วนหน้าจังหวัดน่าน จากเกียรติประวัติในการรบทำให้กองทัพบกได้เล็งเห็นความสำคัญของทหารม้า และเพื่อพัฒนาเสริมสร้างกำลังรบให้มีความเข้มแข็งรวมทั้งสอดคล้องกับการป้องกันภัยคุกคามประเทศทางด้านตะวันออก จึงได้จัดตั้งกองพลยานเกราะที่มีรถถังและรถสายพานเป็นยุทโธปกรณ์หลักขึ้นคือ
กองพลทหารม้าที่ ๒  เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๒๒  ซึ่งได้รับพระราชทานพระบรม   ราชานุญาตสถาปนา ให้เป็นหน่วยทหารรักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคมพุทธศักราช ๒๕๔๔ ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้กองพลทหารม้าที่ ๒ รักษาพระองค์ฯ เป็นหน่วยทหารรักษาพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จนถึงปัจจุบัน กองพลทหารม้าที่ ๒ รักษาพระองค์ฯ เป็นหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบก โดยฝากการบังคับบัญชากับกองทัพภาพที่ ๑ ตามคำสั่งกองทัพบกเฉพาะที่ ๑๒๗๖๒ ลงวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๒ ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน
๒๕๖๒ เป็นต้นมา  ที่ตั้งหน่วยใน กองพลทหารม้าที่ ๒ รักษาพระองค์ฯ มี ๒ พื้นที่ได้แก่ กรุงเทพมหานครและจังหวัดสระบุรี โดยมีรูปแบบการจัดตาม คุณลักษณะของหน่วยทหารม้าที่สำคัญได้แก่  ความคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่ อำนาจการยิงรุนแรง  มีอำนาจการทำลายและข่มขวัญสูง

มีโครงสร้างการจัดแบบกองพลทหารม้ามาตรฐาน ประกอบด้วย กำลังรบหลัก  ๓ กรมทหารม้ามาตรฐาน ได้แก่ กรมทหารม้าที่ ๑ รักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  กรมทหารม้าที่ ๔ รักษาพระองค์ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
กรมทหารม้าที่ ๕ รักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ๑ กองพันทหารม้าลาดตระเวน คือ กองพันทหารม้าที่ ๒๗ กองพลทหารม้าที่ ๒ รักษาพระองค์ฯ หน่วยขึ้นตรงกองบัญชาการกองพลที่เป็นหน่วยสนับสนุนได้แก่ กองพันทหารสื่อสารที่ ๑๒  กองพันซ่อมบำรุงกรมสนับสนุนที่ ๑๒ กองบัญชาการและกองร้อยบัญชาการ กองทหารพลาธิการที่ ๑๒  กองร้อยทหารสารวัตรสนามที่ ๔ นอกจากนี้ยังมีหน่วยที่กองทัพบกฝากการบังคับบัญชาไว้ จำนวน ๑ หน่วยได้แก่ กองพันทหารม้าที่ ๒๙ รักษาพระองค์

กองพลทหารม้าที่ ๒ รักษาพระองค์ฯ มีภารกิจสำคัญด้านยุทธการที่ได้รับมอบหมายจากกองทัพบก ได้แก่ ภารกิจการป้องกันประเทศ จัดกำลังหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้า
ปฏิบัติภารกิจตามแผนป้องกันชายแดนประจำปีขึ้นตรงกับ กองกำลังผาเมือง กองทัพภาคที่ ๓ โดยมีพื้นที่รับผิดชอบใน ๕ อำเภอชายแดน ของจังหวัดเชียงใหม่  ได้แก่ อำเภอเวียงแหง อำเภอเชียงดาว อำเภอไชยปราการ อำเภอฝาง และอำเภอแม่อาย ปฏิบัติงานตามกรอบพันธกิจของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกได้แก่ การเฝ้าตรวจและป้องกันชายแดน การจัดระเบียบพื้นที่ชายแดน การเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน และยังปฏิบัติภารกิจเพิ่มเติมตามนโยบายรัฐบาลได้แก่ สนับสนุนการสกัดกั้นการปราบปรามยาเสพติด การลักลอบเข้าเมือง การค้าขายของผิดกฎหมายการพิทักษ์ทรัพยากรในพื้นที่รับผิดชอบ และให้จัดเตรียมกำลัง ๑ กรมทหารม้าเฉพาะกิจ พร้อมปฏิบัติภารกิจรองรับสถานการณ์ตามแนวชายแดนทุกพื้นที่ ตามคำสั่งกองทัพบก สำหรับกำลังของกองพลทหารม้าที่ ๒ รักษาพระองค์ฯ ทำหน้าที่เป็นกองหนุนของศูนย์บัญชาการทางทหาร กองบัญชาการกองทัพไทยในขั้นปฏิบัติการตามแผนป้องกันประเทศในการทำการรุกออกนอกประเทศ ภารกิจรักษาความสงบเรียบร้อย จัดกำลังพลสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร  พร้อมทั้งจัดชุดบรรเทาสาธารณภัยให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ การพิทักษ์รักษาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ปฏิบัติภารกิจของหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็ก ๙๐๔ กองพลทหารม้าที่ ๒ รักษาพระองค์ฯฯ โดยปฏิบัติหน้าที่ถวายพระเกียรติ และถวายความปลอดภัยแด่พระบรมวงศานุวงศ์ จัดกำลังพลรักษาการณ์ในเขตพระราชฐาน  ถวายงานการทรงม้าแด่พระบรมวงศานุวงศ์  จัดกองทหารม้าเกียรติยศร่วมรับส่งเสด็จในพระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคมเนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

เกียรติประวัติในการปฏิบัติงานด้านยุทธการที่สำคัญ จัดกำลังปฏิบัติภารกิจ ราชการสนามชายแดน ตามแผนป้องกันประเทศ พื้นที่อำเภอตาพระยา จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อพุทธศักราช ๒๕๒๖ ถึง ๒๕๓๐  จัดกำลังปฏิบัติภารกิจราชการสนามชายแดน ตามแผนป้องกันประเทศ
(กู่เต็งนาโย่ง) พื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เมื่อพุทธศักราช ๒๕๔๓จัดกำลังเคลื่อนย้ายตามแผนสุรสีห์ ๑๔๓ ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่กองทัพภาคที่ ๓ เมื่อพุทธศักราช ๒๕๔๓
          จัดกำลังปฏิบัติหน้าที่ ในพื้นที่เขาพระวิหาร พุทธศักราช ๒๕๕๔ การรักษาสันติภาพจัดกำลังพลปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่หน่วยแยกกองทัพบกไทยประจำ บก.สหประชาชาติ ณ กรุงโซลประเทศเกาหลีใต้ พุทธศักราช ๒๕๓๕, ๒๕๔๕ และ ๒๕๕๕ จัดกำลังพล  ๑ กองร้อยเข้าร่วมกองกำลังเฉพาะกิจ ๙๘๐ ไทยดาร์ฟูร์ สนับสนุนภารกิจรักษาสันติภาพ ณ ประเทศซูดาน เมื่อพุทธศักราช ๒๕๕๔  การพิทักษ์รักษาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ทหารยืนยามพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และจัดกระบวนทหารม้าอิสริยยศ ในการอัญเชิญพระราชสรีรางคาร จัดกำลังพลและกองขบวนทหารม้าในริ้วขบวนที่ ๖ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ถวายการทรงพระแสงปืน แด่สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี             กองพลทหารม้าที่ ๒ รักษาพระองค์ฯ ได้ปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามนโยบายของกองทัพบก ทั้งนี้ด้วยความสามารถและความทุ่มเทของผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ ๒ รักษาพระองค์ฯทุกทุกท่าน และความร่วมมือร่วมใจของข้าราชการกองพลทหารม้าที่ ๒ รักษาพระองค์ฯ เพื่อเป็นหลักประกันในการป้องกัน และรักษาอธิปไตยของชาติ และปกป้องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างสุดความสามารถ เพื่อความผาสุกของปวงชนชาวไทยสืบไป